สาธารณรัฐเฮติ เป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมมาก ถึงแม้จะมีรายได้ต่อหัวประชากรดีกว่าอีกหลายประเทศของกลุ่มประเทศในแถบทะเลแคริบเบียน ๑๗ ประเทศด้วยกัน แต่ก็กระจุกตัวอยู่ในบางกิจการของคนชั้นสูงบางกลุ่ม จากข้อมูลจะเห็นว่าเฮติมีรายได้ต่อหัวประชากรอยู่ในกลุ่มต่ำสุดของโลก พลเมืองก็อยู่ในกลุ่มอายุสั้นที่สุดซึ่งเป็นตัวบอกปัญหาจากปัจจัยเชิงระบบหลายอย่าง หากพิจารณาจากอายุคาดประมาณเมื่อแรกเกิดแล้วพลเมืองเฮติมีอายุคาดประมาณเมื่อแรกเกิดในปัจจุบันเท่ากับประเทศไทยเมื่อกว่า ๕๐ ปีที่แล้ว และถ้าหากพิจารณามิติการศึกษากับการพัฒนาทางสังคมก็มีสภาพเท่ากับประมาณ ๗๐ ปีที่แล้วของไทย นอกจากนี้ก็มีคนอดอยากสูงที่สุดและพลเมืองติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ พร้อมจะเป็นปัจจัยที่ส่งแรงบวกกันให้วิกฤติปัญหาต่างๆเกิดภาวะแทรกซ้อนและทวีความรุนแรงมากกว่าปรากฏในเงื่อนไขแวดล้อมของประเทศอื่นๆ
ดังนั้น ความเป็นจริงของพลเมืองเฮติส่วนใหญ่จึงกลายเป็นประเทศที่ยากจนและอดอยากมากแห่งหนึ่งของโลก ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในแทบทุกด้าน ประชากรเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและการศึกษาที่ดีได้ไม่ถึงครึ่ง ประชากรกลุ่มอายุ ๑๕-๔๙ ปี มีอัตราติดเชื้อเอชไอวี / เอดส์ สูงถึงร้อยละ ๒.๒ พลเมืองเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่ในภาวะอดอยากและขาดอาหารอย่างรุนแรง อาชญากรรมและความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นปรกติทั่วทุกแห่ง หลายพื้นที่ประกาศเป็นเขตภาวะฉุกเฉินตลอดเวลา แม้แต่ทูตและผู้แทนความสัมพันธ์ระดับประเทศก็ต้องถูกจำกัดเขตไม่ให้เข้าไปในหลายพื้นที่ บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ประกาศเตือนแก่พลเมืองของตนว่าเฮติเป็นประเทศที่ไม่ปลอดภัยให้พิจารณาในการไปเยือนทุกประเภท
ดังนั้น ความเป็นจริงของพลเมืองเฮติส่วนใหญ่จึงกลายเป็นประเทศที่ยากจนและอดอยากมากแห่งหนึ่งของโลก ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในแทบทุกด้าน ประชากรเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและการศึกษาที่ดีได้ไม่ถึงครึ่ง ประชากรกลุ่มอายุ ๑๕-๔๙ ปี มีอัตราติดเชื้อเอชไอวี / เอดส์ สูงถึงร้อยละ ๒.๒ พลเมืองเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่ในภาวะอดอยากและขาดอาหารอย่างรุนแรง อาชญากรรมและความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นปรกติทั่วทุกแห่ง หลายพื้นที่ประกาศเป็นเขตภาวะฉุกเฉินตลอดเวลา แม้แต่ทูตและผู้แทนความสัมพันธ์ระดับประเทศก็ต้องถูกจำกัดเขตไม่ให้เข้าไปในหลายพื้นที่ บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ประกาศเตือนแก่พลเมืองของตนว่าเฮติเป็นประเทศที่ไม่ปลอดภัยให้พิจารณาในการไปเยือนทุกประเภท
อุบัติภัยซ้ำเติม
เย็นวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ แผ่นดินไหวที่เฮติอย่างรุนแรงถึง ๗ ริคเตอร์ ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อคกว่า ๒๕ ครั้ง แผ่นดินโยนตัวดังคลื่นทะเล พลเมืองเสียชีวิตเบื้องต้นหลายหมื่นคน ทำเนียบประธานาธิบดีพังทลาย ที่อยู่อาศัย บริการสาธารณะและระบบสาธารณูปโภคทั่วเมืองหลวงเสียหายเกือบทั้งหมด ขาดอาหาร ยา และสาธารณูปโภค ไม่มีคนพอแม้แต่จะขนย้ายศพ รายงาน ณ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓ คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตนับแสนคน รุนแรงมากกว่าความเสียหายจากสงคราม "....พลเมืองเฮตินับว่ายากจนและอดอยาก เผชิญความเสี่ยงแทบทุกด้าน ประชากรเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและการศึกษาที่ดีได้ไม่ถึงครึ่ง ...แล้วก็มาเกิดแผ่นดินไหวสูญเสียมากมาย"
โลกอยู่กันด้วยน้ำใจและความเอื้ออาทรกัน
ทั่วโลกร่วมทุกข์กับสาธารณรัฐเฮติ ร่วมกอบกู้สถานการณ์ ส่งความช่วยเหลือทุกชนิด และสนองตอบอย่างเร่งด่วน รวดเร็ว และเป็นไปอย่างกว้างขวาง ให้บทเรียนและเป็นอนุสติได้อย่างหนึ่งว่า เมื่อเกิดวิกฤติการณ์สูงสุด ความร่วมมือก็มักเกิดจากการระดมพลังกันของสังคมทั่วโลก ไม่ได้เป็นเอกเทศเหมือนแข่งขันและเอาเปรียบกันในภาวะปรกติ
เย็นวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ แผ่นดินไหวที่เฮติอย่างรุนแรงถึง ๗ ริคเตอร์ ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อคกว่า ๒๕ ครั้ง แผ่นดินโยนตัวดังคลื่นทะเล พลเมืองเสียชีวิตเบื้องต้นหลายหมื่นคน ทำเนียบประธานาธิบดีพังทลาย ที่อยู่อาศัย บริการสาธารณะและระบบสาธารณูปโภคทั่วเมืองหลวงเสียหายเกือบทั้งหมด ขาดอาหาร ยา และสาธารณูปโภค ไม่มีคนพอแม้แต่จะขนย้ายศพ รายงาน ณ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓ คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตนับแสนคน รุนแรงมากกว่าความเสียหายจากสงคราม "....พลเมืองเฮตินับว่ายากจนและอดอยาก เผชิญความเสี่ยงแทบทุกด้าน ประชากรเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและการศึกษาที่ดีได้ไม่ถึงครึ่ง ...แล้วก็มาเกิดแผ่นดินไหวสูญเสียมากมาย"
โลกอยู่กันด้วยน้ำใจและความเอื้ออาทรกัน
ทั่วโลกร่วมทุกข์กับสาธารณรัฐเฮติ ร่วมกอบกู้สถานการณ์ ส่งความช่วยเหลือทุกชนิด และสนองตอบอย่างเร่งด่วน รวดเร็ว และเป็นไปอย่างกว้างขวาง ให้บทเรียนและเป็นอนุสติได้อย่างหนึ่งว่า เมื่อเกิดวิกฤติการณ์สูงสุด ความร่วมมือก็มักเกิดจากการระดมพลังกันของสังคมทั่วโลก ไม่ได้เป็นเอกเทศเหมือนแข่งขันและเอาเปรียบกันในภาวะปรกติ
สิ่งที่เราๆต้องการ เมื่อลำบาก
ซึ่งเเตกต่างกับประเทศญี่ปุ่นที่แม้จะมีภูเขาไฟมากมายเเละมีการระเบิดบ่อยครั้งเช่นเดียวกับการเกิดเเผ่นดินไหวที่รุนเเรงบ่อยครั้ง แต่ก็ยังสามารถให้ความช่วยเหลือผู้คนและสามารถพัฒนาประเทศในอยู่ในสภาพปกติได้โดยเร็ว อาจเพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ร่ำรวยมาก ประชากรในประเทศล้วนเเต่มีความเป็นชาตินิยมสูงมีความสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันเเละกันได้ดีจึงสามารถพัฒนาดูแลให้ประเทศของตนกลับมาเป็นปกติได้โดยเร็วกว่าสาธารณรัฐเฮติซึ่งมีเเต่ผู้คนที่ยากจนอีกทั้งเป็นประเทศที่ขาดการพัฒนาในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาของประขากร ด้านอาหารการกิน ฐานะความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย เทคโนโลยี เเละอื่นๆอีกมากมาย ประเทศที่ร่ำรวย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเช่นญี่ปุ่นจึงสามมารถพัฒนาและสร้างประเทสให้อยู่สภาพปกติได้ดีกว่ามาก ทั้งนี้ข้าพเจ้าอยากให้ประเทศที่พัฒนาแล้วหันกลับมามองประเทศที่กำลังประสบภัยพิบัติที่น่าหวาดกลัวและให้การช่วยเหลือเท่าที่ประเทศของตนจะกระทำได้ เพราะนอกจากจะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นเเล้ว และจะทำให้พวกเขาได้มีโอกาสเฉกเช่นเราบ้าง

เก่งจังเลยน้ำเย็น
ตอบลบเเน่นอนจ่ะ เเต้งงงง มากๆ
ตอบลบรักแก